ผลการสำรวจจากผู้นำเทคโนโลยี 1,100 รายครอบคลุม 10 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก ที่รับรู้และมีการใช้งานเอดจ์คอมพิวติ้ง (Edge Computing)
28 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรมีการใช้เอดจ์ คอมพิวติ้งและอีก 38 เปอร์เซ็นต์จะใช้ในอีก 24 เดือนข้างหน้า ซึ่งเรากำลังเข้าสู่เส้นแบ่งเขตแดนถัดไปของการใช้เทคโนโลยีในเอเชียแปซิฟิก
จากผู้ที่ใช้เอดจ์คอมพิวติ้ง 72 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าประโยชน์หลักที่ได้คือการลดค่าใช้จ่ายด้านไอทีและการดำเนินการ
รายงานชิ้นนี้ ยังเจาะลึกที่ผลการวิจัยที่ได้จากอุตสาหกรรมบริการด้านการเงิน ภาคการศึกษาในระดับสูงและภาคเฮลธ์แคร์
2 ธันวาคม 2563 – ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันในการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชัน เผยผลสำรวจจาก Tech Research Asia (TRA) เกี่ยวกับเอดจ์คอมพิวติ้งในเอเชียแปซิฟิก รายงานที่เพิ่งปล่อยออกมาชิ้นนี้ จัดทำขึ้นโดย ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ครอบคลุมถึงมุมมองเชิงลึกจากซีไอโอ 15 ราย และผู้นำด้านเทคโนโลยีจำนวน 1,100 รายจากอุตสาหกรรมหลากหลายในเอเชียแปซิฟิกในปัจจุบัน เกี่ยวกับสภาพไอที การใช้งานเอดจ์คอมพิวติ้งและความมุ่งหมาย รวมถึงคำชี้แนะสำหรับอนาคต รายงานดังกล่าวยังได้ชี้ถึงมุมมองเชิงลึกด้านเอดจ์คอมพิวติ้งในภาคอุตสาหกรรม 5 ประเภทในมิติที่ลึกลงไปอีก
“องค์กรจำนวนมากทั่วเอเชียแปซิฟิก จะได้รับประสบการณ์จากประโยชน์ของเอดจ์คอมพิวติ้งภายใน 5 ปีข้างหน้า” เทรเวอร์ คลาร์ก ผู้อำนวยการ TRA กล่าว “ในขณะที่ทุกคนกำลังใช้คำว่า “เอดจ์ (Edge)” แต่แน่นอนว่าองค์กรเหล่านี้ยังจำเป็นต้องมีไซต์เอดจ์ และศักยภาพต่างๆ เพื่อช่วยให้ประสบความสำเร็จ” เทรเวอร์ กล่าว
การสำรวจประกอบด้วยการวิจัยในแนวกว้างอย่างครอบคลุมและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ตอบสำรวจครอบคลุมอุตสาหกรรมที่หลากหลาย โดยผู้ตอบสำรวจมาจากประเทศต่างๆ ทั่วเอเชียแปซิฟิก ไม่ว่าจะเป็น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียตนาม เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และประเทศไทย
“รายงานจาก TRA แสดงให้เห็นถึงเหตุผลหลักที่ผู้นำไอทีนำเอดจ์คอมพิวติ้งมาใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องของแบนด์วิดธ์ (bandwidth) และความล่าช้า การนำเสนอครั้งนี้ยังเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นต่อไปว่า ประโยชน์สำคัญของเอดจ์คือการนำมาใช้ในสภาพแวดล้อมธุรกิจที่ต้องการความเร็วและประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน” เบนนัวต์ ดูบาร์เล รองประธานอาวุโส เอเชียตะวันออกและญี่ปุ่น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว
เอดจ์ คอมพิวติ้ง ให้ประโยชน์มากมาย รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไอทีและการดำเนินการ
รายงานเผยว่า 72 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบสำรวจที่ใช้เอดจ์คอมพิวติ้ง เห็นถึงประโยชน์ในแง่ของการลดค่าใช้จ่ายด้านไอที ตามด้วยค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินการ (46 เปอร์เซ็นต์) และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า (34 เปอร์เซ็นต์) ในแง่ของอุตสาหกรรมที่มีอัตราการนำมาใช้งานสูงสุด คือภาคการศึกษาที่มาเป็นอันดับต้นโดย 68 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรที่ร่วมการสำรวจมีการนำเอดจ์มาใช้ ทั้งนี้ องค์ประกอบอย่างการระบาดที่เกิดขึ้นทั่วโลกและโมเดลการเรียนรู้แบบใหม่ทำให้การประสานความร่วมมือและการแบ่งปันทรัพยากรระหว่างสถาบันกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น
เช่นเดียวกันกับจำนวนครึ่งหนึ่งของผู้รับการสำรวจที่อยู่ในอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ ได้มีการนำเอดจ์คอมพิวติ้งมาใช้โดย 80 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้ใช้ปัจจุบันที่ใช้บริการคลาวด์บางประเภท การวิจัยได้ชี้แนะถึงเหตุผลหลักของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวคือการแก้ปัญหาในเรื่องของแบนด์วิดธ์และความล่าช้า การตอบโจทย์เรื่องสัญญาผูกมัดด้านความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องค่าใช้จ่าย โดย 63 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรในภาคบริการด้านการเงินในเอเชียแปซิฟิก นำเอดจ์คอมพิวติ้งมาใช้ เทียบกับ 22 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบสำรวจที่กล่าวว่าจะย้ายเวิร์กโหลดทุกอย่างไปไว้บนคลาวด์ แสดงให้เห็นถึงความพอใจในการใช้เอดจ์
สถานภาพปัจจุบันของไอทีในเอเชียแปซิฟิก
การวิจัยได้เน้นที่ประเด็นหลักสองสามประการ เกี่ยวกับสถานภาพปัจจุบันของกลยุทธ์ด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานในทั่วทั้ง 10 ประเทศ โดยผลการศึกษามีดังต่อไปนี้
ระบบไอทีแบบไฮบริด กลายเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน โดย 51 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบสำรวจชี้ว่า องค์กรตนจะมีระบบโครงสร้างผสมผสานระหว่างคลาวด์ กับ on-premises ซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่าการจัดทำแผนงานด้านเวิร์กโหลดนับเป็นแนวทางหลักในการบริหารจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐานในเอเชียแปซิฟิกในปัจจุบัน บรรดาธุรกิจจึงไม่ต้องปฏิบัติตามแนวคิด

